the eternities

Friday, January 14, 2005

the eternities บทที่ 4 (TBC)

ร่างสูงของเคธานก้าวยาวๆ ระหว่างเดินกลับพี่พักซึ่งห่างออกมาจากอุทยานส่วนกลางไม่มากนัก ริมฝีปากยังมีรอยยิ้มบางเบาเมื่อหวนนึกถึงร่างบอบบาง เจ้าของดวงตาสีอำพันที่เพิ่งแยกจากเมื่อครู่

“พวกเจ้าก็รู้ว่าเรื่องนี้สำคัญแค่ไหน อาหารค่ำคืนนี้ข้าต้องดูสวยที่สุด แล้วพวกเจ้าเอาเครื่องประดับอย่างนี้มาให้ข้าเลือกได้อย่างไร?” เสียงแหวดังขึ้นอย่างไม่พอใจจากหญิงสาวร่างสูงระหงที่ยืนอยู่กลางห้อง ทำให้เด็กหญิงอายุประมาณ 13-14 ปี ที่นั่งมองสถานการณ์อยู่ห่างๆ ถึงกับสะดุ้ง เค้าหน้าที่คล้ายคลึงกับหญิงสาวที่กำลังอาละวาดอยู่มีริ้วรอยไม่สบายใจ หญิงรับใช้รีบประคองถาดเครื่องประดับเข้าไปใกล้ อีกสองคนคลี่แพรล้ำค่าสีฟ้าจางออกให้ชม

“เอ่อ..แต่ว่า ท่านหญิงซาร์เมียร์....นี่เป็นเครื่องประดับที่งดงามที่สุดและเข้ากับชุด....” ไม่ทันขาดคำคนพูดก็ต้องสะดุ้งเมื่อมือเรียวงามสะบัดใส่

เพล้ง!!!

“แค่นี้ ยังบอกว่างดงามที่สุดอีกรึ?”

เสียงวัตถุที่หล่นกระทบพื้นเสียงดังลั่น พร้อมกับเสียงเกรี้ยวกราดของซาร์เมียร์ พี่สาวต่างมารดาของเขาซึ่งมีอายุห่างกันเพียงไม่กี่เดือนเท่านั้น ทำให้เคธานชะงักฝีเท้าเล็กน้อยก่อนจะแหวกม่านเข้าไป

“เจ้าอาวะวาดอะไรอีก ซาร์เมียร์” เคธานถามดวงตาคมกริบทอแววไม่พอใจเมื่อมองสภาพถาดเครื่องประดับที่หล่นกลิ้งอยู่ที่พื้น หญิงสาวรูปร่างงดงามในชุดแพรสีแดงหันขวับ ดวงหน้างดงามมีรอยบึ้งตึง ขณะที่บรรดาคนที่คอยรับใช้อยู่ถอนใจอย่างโล่งอก

“ก็คนพวกนี้สิ ไม่ยอมเตรียมเครื่องประดับให้กับข้า” ร่างสูงขมวดคิ้วพยายามควบคุมอารมณ์ขุ่นมัวในใจ ซาร์เมียร์เป็นเช่นนี้เสมอ เจ้าโทสะเอาแต่ใจ นิสัยของนางทำให้คนรับใช้ทุกคนเกรงกลัว เมื่อไม่พอใจก็สั่งลงโทษโดยไม่มีความปราณี ไม่ต่างกับคลาร่ามารดาของเธอแม้แต่น้อย

ร่างสูงหวนนึกไปถึงมารดาของซาร์เมียร์ โชคดีที่ฟีล่าผู้เป็นน้องสาวถูกมารดาของเขารับตัวมาดูแล ไม่เช่นนั้นคลาร่าคงเพาะบ่มนิสัยและความเกลียดชังด้วยอารมณ์ริษยาลงไปที่ฟีล่าอีกคน เคธานโบกมือเล็กน้อยให้ผู้รับใช้

“พวกเจ้าออกไปก่อน” เมื่อเห็นทุกคนทำท่าจะขยับตัวตามคำสั่ง คิ้วเรียวสวยก็ขมวดอย่างไม่พอใจเมื่อได้ยินคำสั่งนั้น

“เดี่ยวก่อน พวกเจ้ายังไปไม่ได้นะ ยังเตรียมเครื่องประดับกับเสื้อผ้าให้ข้ายังไม่เสร็จเลย”

“ข้าบอกให้ออกไป” เสียงเข้มตวัดขึ้นมา บรรดาคนรับใช้ต่างรีบหลบออกไปอย่างรู้หน้าที่ ทำให้ซาร์เมียร์กระทืบเท้าอย่างขัดใจเมื่อไม่มีใครทำตามคำสั่ง หันกลับมาแต่แล้วก็ชะงักคำพูดไว้ เมื่อเคธานหันมากล่าวกับซาร์เมียร์อย่างตักเตือนด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่ดวงคมนั้นทอแววกราดเกรี้ยว

“อย่าขัดคำสั่งข้าอีกซาร์เมียร์ อย่าทดสอบความอดทนของข้า ข้าไม่ใช่ท่านพ่อที่จะคอยอนุโลมตามใจเจ้า” ซาร์เมียร์นิ่งอึ้งเมื่อได้ยินน้ำเสียงของเคธาน เม้มริมฝีปากเมื่อรู้ว่าสิ่งที่ตนเองทำกำลังจะเกินเลยขอบเขตความอดทนของเคธานแล้ว

“อย่าลืมว่าข้าอนุญาตให้เจ้าเดินทางมาที่ทราสพร้อมกับข้าในครั้งนี้ เพราะเจ้าสัญญาว่าจะไม่ก่อเรื่องขึ้น คนเหล่านี้ไม่ใช่ข้าทาสบริวารที่จะคอยสนองความต้องการของเจ้าเช่นที่ฟีเดล” ซาร์เมียร์นิ่งอึ้ง ดวงตาสีฟ้าใสหรุบลงเพื่อซ่อนโทสะ แต่เคธานมองอย่างรู้ทันแล้วส่ายหน้าก่อนจะหันไปหาเด็กหญิง

“ฟิล่า ออกไปข้างนอกกับพี่เถอะ” เด็กหญิงยิ้มอย่างโล่งใจ พร้อมกับวิ่งมาจับมือแข็งแรงที่ยื่นให้ก่อนจะเดินตามไป

ร่างงามกระแทกนั่งลงมือกำหมัดแน่น เมื่อมองตามร่างสูงที่เดินออกไป ความเกลียดชังเริ่มทวีขึ้นทุกขณะ อำนาจการปกครองฟีเดลได้ตกเป็นของเคธานทั้งหมดเมื่อราชาองค์ก่อนผู้เป็นบิดาสิ้นลง เพียงเพราะมารดาของเธอเป็นผู้รับใช้ ไม่ได้ดำรงตำแหน่งราชินีเช่นเดียวกับมารดาของเคธานเท่านั้น ซาร์เมียร์คิดแค้นในใจ ทั้งๆ ที่เธอควรมีสิทธิในเมื่อเธอเป็นพี่แม้จะต่างเดือนกันเท่านั้น

“ข้าจะไม่ยอมถูกโกงสิทธิของข้า เคธาน ข้าควรได้เป็นผู้ปกครองฟีเดลไม่ใช่เจ้า”

–˜–˜–˜–˜–˜

ฟอกซ์กวาดตาสำรวจการรักษาความปลอดภัย และความเรียบร้อยภายในโดมแก้วอันงดงามกลางอุทยานที่ถูกจัดให้เป็นสถานที่เลี้ยงรับรองราชาแห่งฟีเดลและอัสวาน แสงนวลของโคมไฟกระทบกับผนังของโดมสะท้อนประกายรุ้งพร่างพราย นายทหารหนุ่มสั่งคนให้จับตามองร่างใหญ่ของจาร์ซัสราชาแห่งอัสวานที่ยืนถือแก้วเครื่องดื่มบริเวณมุมห้อง แม้เขาเชื่อว่าจาร์ซัสคงไม่กล้าทำอะไรต่อหน้าเครนท์ซแต่ฟอกซ์ก็ยังไม่วางใจนัก

จาร์ซัสเหลือบตามองไปที่ทางเข้าด้วยแววตาสีเทาขุ่นมัว เมื่อร่างสูงในชุดสีน้ำเงินเข้ม พร้อมกับหญิงสาวร่างสูงระหงงดงามในชุดสีฟ้าจางศีรษะประดับรัดเกล้า และเด็กหญิงอายุประมาณ 13 - 14 ปี ก้าวเข้ามา ใบหน้าที่มีรอยแผลเป็นของจาร์ซัสเย็นชาเมื่อทักทาย

“มาช้านะเคธาน” ร่างในชุดสีน้ำเงินหันไปอย่างระวังตัวก่อนจะตอบด้วยเสียงเยือกเย็นเช่นเดียวกัน

“แต่ข้าก็ไม่ได้มาสายนี่นะ จาร์ซัส รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ราชาแห่งอัสวานมาคอยต้อนรับ” คำตอบนั้นทำให้ดวงตาสีเทาเป็นประกายวูบ ก่อนจะแสร้งยิ้มเมื่อเหลือบตามองไปที่หญิงสาวที่ยืนอยู่ด้านข้าง

“นี่คงเป็นท่านหญิงซาร์เมียร์ผู้งดงาม และฟิล่าน้องสาวของเจ้าสินะ เคธาน” เคธานมองแววตาเจ้าเล่ห์นั้นก่อนจะเตือนเสียงต่ำ

“อย่ายุ่งกับพวกนาง จาร์ซัส ไม่อย่างนั้นอย่าว่าข้าไม่เตือน”

“โอ!! น่ากลัวคำขู่นี่เหลือเกิน” จาร์ซัสอุทานออกมาขณะหัวเราะเย้ยหยัน

ฟีล่าเงยหน้าขึ้นมองร่างใหญ่ตรงหน้า ใบหน้างดงามน่ารักมีแววตกใจพร้อมกับคว้ามือพี่ชายไว้ขณะแอบเข้าทางด้านหลัง แต่ดวงตาคมของซาร์เมียร์ตวัดมองจาร์ซัสอย่างไม่กลัวเกรง ริมฝีปากแดงสดคลี่ยิ้มเยาะ

“คนที่แพ้ฟีเดลมาครั้งหนึ่งแล้ว ยังสามารถพูดประโยคนี้ได้หรือ” ดวงตาจาร์ซัสวกกลับมาจ้องท่าทางเย่อหยิ่ง และใบหน้างดงามของซาร์เมียร์แล้ว แววตาสีเทาเข้มเต็มไปด้วยโทสะ

‘หากเจ้าอยู่ในมือข้า ข้าจะทำให้เจ้าต้องร้องขอความกรุณาทีเดียว’

“พวกเจ้าคงไม่คิดจะลงมือที่นี่หรอกนะ” เสียงทุ้มเยือกเย็นดังขึ้นมาจากด้านหลังทำให้ทุกคนหันขวับ ร่างสูงดูแปลกออกไปเมื่ออยู่ในชุดสีดำตามแบบพื้นเมืองของทราส ดูเรียบง่ายต่างจากเครื่องแบบทหารเหมือนทุกครั้ง ด้านหลังเป็นฟอกซ์ที่ยืนระวังและประเมินสถานการณ์เงียบๆ ร่างสูงก้าวเข้ามา ขณะโบกมือรับการคารวะจากบรรดานายทหารหลายนายที่มาร่วมงาน

“เครนท์ซ!!” คำทักทายดังขึ้นจากทั้งคู่ขณะที่ซาร์เมียร์และฟีล่าย่อตัวลงทำความเคารพ ร่างสูงพยักหน้าเล็กน้อย ขณะที่สายตาซาร์เมียร์จ้องร่างสูงตรงหน้า

นี่คือผู้นำแห่งทราสดวงดาวที่งดงามและยิ่งใหญ่ ชายผู้ทรงอำนาจที่สุดของสหพันธ์ ร่างตรงหน้าดูสง่างาม ดวงตาคมสีดำสนิทและท่าทางที่เยือกเย็น ทำให้ยิ่งโดดเด่นแตกต่างจากคนอื่นๆ

ในสหพันธ์ดวงดาวทั้งหมด เธอได้เปรียบผู้หญิงคนอื่นๆ ในฐานะผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งราชินีของเครนท์ซเนื่องจากเป็นที่รู้กันว่า ทราสและฟีเดลมีความสัมพันธ์ทางการทูตกันมานาน และซาร์เมียร์ยิ่งมั่นใจในความสวย และเสน่ห์อันรุนแรงของตน เธอและเคธานรู้จักกับเครนท์ซมาตั้งแต่วัยเด็กเมื่อราชาองค์ก่อนของทราสและฟีเดลได้เริ่มติดต่อกัน ทำให้เธอมุ่งมั่นว่าจะต้องได้ยืนเคียงข้างเครนท์ซในฐานะราชินีของทราสและของสหพันธ์ และถ้าเป็นเช่นนั้นอำนาจของเธอก็จะมากกว่าเคธานด้วยซ้ำ

แต่แม้ทราสกับฟีเดลจะติดต่อกันนานเพียงใด เครนท์ซราชาแห่งทราสกลับไม่เคยแสดงท่าทีสนใจหรือเอ่ยถึงเรื่องนี้เลยแม้แต่ครั้งเดียว

เครนท์ซเหลือบมามองดูคู่กรณีทั้งสองก่อนจะหันไปทางฟอกซ์

“ฟอกซ์ เจ้าช่วยดูแลซาร์เมียร์กับฟีล่าก่อน ข้ามีเรื่องจะคุยกับเคธานและจาร์ซัส” รองผู้บัญชาการก้มศีรษก่อนจะหันไปทางซาร์เมียร์และฟีล่า

“ท่านหญิงซาร์เมียร์ ท่านหญิงฟีล่าเชิญทางนี้” ซาร์เมียร์เม้มปากอย่างไม่พอใจเมื่อไม่เห็นทีท่าหรือคำทักทายใดๆ อีกจากเครนท์ ร่างงดงามจึงเดินตามฟอกซ์ออกไปอย่างหงุดหงิด

–˜–˜–˜–˜–˜

ดวงตาสีน้ำเงินของซาร์เมียร์มองกวาดไปทั่วโดมแก้ว ริมฝีปากงานยิ้มอย่างพึงใจในความหรูหรางดงาม อารมณ์ค่อยดีขึ้นเมื่อรู้ตัวว่าตนเองเป็นจุดเด่นและเป็นที่สนใจของบรรดาผู้คนที่มาร่วมงาน นิ้วเรียวยกแก้วเครื่องดื่มสีแดงสดขึ้นจิบ ได้ยินน้ำเสียงของน้องสาวที่กำลังซักถามฟอกซ์อย่างกระตือรือร้น

ฟอกซ์หัวเราะเล็กน้อยมองฟีล่าอย่างเอ็นดู น้องสาวของเคธานคนนี้คงอายุเกือบเท่าน้องสาวของเขา ท่าทางแจ่มใสและบริสุทธิ์ ดวงตาสีน้ำเงินเช่นเดียวกับเคธานแต่ผมสีน้ำตาลอ่อนหยักสลวยรวบไว้ด้วยเครื่องประดับผม ใบหน้างดงามน่ารักนั้นให้เวลาอีกไม่กี่ปีจะต้องเติบโตเป็นหญิงสาวที่งดงามเหนือกว่าพี่สาวแน่ๆ แต่ท่าทางคงจะซุกซนเอาเรื่องทีเดียวคุยกับเขาไม่นานก็เคี่ยวเข็ญให้เขารับปากพาไปนู่นไปนี่เกือบสิบที่แล้วกระมัง

“นี่ฟีล่า เธอจะไปเที่ยวทำไมที่อย่างนั้น” ซาร์เมียร์อดทนไม่ได้เมื่อได้ยินฟีล่าขอให้ฟอกซ์พาไปดูลูกเสือที่เลี้ยงไว้

“ก็ฟีล่าอยากเห็นลูกเสือนี่คะ พี่ซาร์เมียร์มันน่ารักดีออก”

“สกปรกจะตาย” ซาร์เมียร์ว่าอย่างไม่เห็นด้วย ฟอกซ์ยิ้มเล็กน้อยเอ่ยกับฟีล่าที่ทำหน้าสลด

“ที่เลี้ยงอยู่ห่างที่พักออกไปค่อนข้างไกล แต่ถ้าท่านหญิงฟีล่าอยากเห็นก็อาจจะมีโอกาส เพราะตอนนี้มีเลี้ยงไว้ตัวหนึ่งอยู่ในเขตวังนี่เอง ท่านหญิงลองขออนุญาตท่านลาเฟียดูก็ได้”

“ท่านลาเฟียนี่เป็นใครหรือคะ” ฟีล่าถามอย่างกระตือรือร้น

“ทูตจากเอ็มเมอร์ราลด์ที่เดินทางมาเยือนทราส ท่านลาเฟียช่วยเจ้าลูกเสือน้อยตัวหนึ่งไว้ตอนที่มันตกน้ำ ท่านเครนท์ซเลยขอให้ช่วยดูแลมันให้ด้วย” ซาร์เมียร์หันมามองทันที เมื่อได้ยินคำว่าเอ็มเมอร์ราลด์

“ทูตจากเอ็มเมอร์ราลด์ อยู่ห่างไกลออกไปตั้งไกล ทำไมถึงมาเยือนทราสได้?”

“เรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัวของท่านลาเฟียกับท่านเครนท์ซ ข้าไม่สามารถบอกต่อท่านได้”

ซาร์เมียร์ขมวดคิ้วในใจรู้สึกขุ่นมัว ฟอกซ์มองซาร์เมียร์แล้วก็ยิ้มเล็กน้อยเมื่อเข้าใจความคิดของหญิงสาวตรงหน้า พร้อมกับคิดในใจ ร่างตรงหน้าเขางดงามเกินหญิงใดก็จริงแต่กลับดูแข็งกระด้างอย่างประหลาด อาจเป็นเพราะท่าทางที่หยิ่งทะนงหรือวาจาที่ไม่ยอมผู้ใดก็ได้

ฟอกซ์ถอนใจเมื่อเห็นสายตาของท่านหญิงซาร์เมียร์ที่มองไปยังเครนท์ซ ความแข็งกระด้างเช่นนี้หรือจะผูกมัดเครนท์ซไว้ได้ แม้โดยฐานะจะเหมาะสมและคู่ควรกันเพียงใด สายตาฟอกซ์เหลือบมองไปที่ทางเข้าเมื่อมองเห็นการเคลื่อนไหวและเสียงพึมพำดังขึ้นเบาๆ เกิดการเปรียบเทียบโดยไม่รู้ตัว เมื่อเห็นเงาร่างโปร่งบางในชุดขาวเดินเข้ามา

จริงอยู่แม้การครองคู่กันระหว่างชายกับชายจะเป็นเรื่องปกติในปัจจุบัน และสามารถมีสายสัมพันธ์ด้วยกันจากเทคโนโลยีและวิวัฒนาการอันสูงล้ำ แต่น้อยครั้งที่จะเกิดขึ้นในชนชั้นระดับผู้ปกครอง เนื่องจากมีข้อจำกัดมากมาย แต่สำหรับเครนท์ซ หากร่างสูงพอใจในสิ่งใด อะไรก็ไม่สามารถขวางเขาไว้ได้ และขณะเดียวกันฟอกซ์ก็แน่ใจว่าเมื่อเครนท์ซตัดสินใจไปแล้ว ทหารและประชาชนย่อมจะเห็นชอบด้วยอย่างแน่นอน

ฟอกซ์หันไปมองเครนท์ซแล้วยิ้ม พวกเขาถูกเลี้ยงและเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก ทำไมเขาจะไม่รู้จักเครนท์ซ

“ท่านลาเฟีย ท่านดาห์เรน” ฟอกซ์ลุกขึ้นเมื่อทั้งคู่มาถึง ซาร์เมียร์มองตามทันทีแล้วก็อึ้งเมื่อเห็นทูตชาวเอ็มเมอร์ราลด์ทั้งสองคน ทั้งคู่สวมชุดสีขาวตัวยาวปกปิดร่างกายตั้งแต่คอจรดปลายเท้า แขนและชายเสื้อขลิบด้วยไหมเงิน รวบเอวไว้ด้วยเกลียวไหมทิ้งพู่ห้อยระชายเสื้อ ผมยาวของทั้งคู่ทิ้งตัวลงราวกับคลื่นไหมสีเงินล้อมกรอบดวงหน้างดงาม

ด้วยสัญชาติญาณ เธอจึงมุ่งความสนใจไปที่ร่างสูงโปร่งเจ้าของดวงตาสีมรกตพร้อมกับพิจารณาท่าทีนุ่มนวลและสง่างามของชายตรงหน้า

ลาเฟียยิ้มเล็กน้อยเมื่อพบหน้ารองผู้บัญชาการของทราส ฟอกซ์หันไปแนะนำหญิงสาวข้างตัว

“ท่านลาเฟีย นี่คือท่านหญิงซาร์เมียร์ และท่านหญิงฟีล่าน้องสาวของท่านเคธาน”

ลาเฟียเอ่ยทักอย่างนุ่มนวล ซาร์เมียร์พยักหน้าด้วยท่าทางเย็นชาและไม่สนใจ ขณะที่ดาห์เรนมองท่าทางไม่เป็นมิตรของหญิงสาวแล้วคิดในใจ

‘หึ...ทั้งพี่ทั้งน้องนิสัยคงไม่ได้ต่างกันเลยล่ะมั้ง! แต่เอ...เห็นจะยกเว้นไว้คน’ ดาห์เรนมองหน้าเด็กหญิงตรงหน้าที่ยิ้มกว้างอย่างยินดี แววตาเป็นประกายแจ่มใส

ด้วยสัญชาติญาณของผู้หญิง ซาร์เมียร์รู้สึกร้อนรุ่มในใจนับตั้งแต่เห็นลาเฟีย โดยเฉพาะเมื่อร่างสูงของเครนท์ซเดินมาที่โต๊ะ ก้มศีรษะรับการคารวะจากทูตเอ็มเมอร์ราลด์ ดวงหน้าแม้นิ่งเฉยไม่บอกความรู้สึกแต่ดวงตาสีดำคู่นั้นอ่อนแสงลงใช่ไหม?

แม้กระทั่งเคธานพี่ชายของเธอ และจาร์ซัสผู้ชายที่แข็งกร้าวสนใจแต่เรื่องสงครามยังดูแปลกไป ไม่! สิ่งที่เธอต้องการเธอจะต้องได้มา เธอต้องได้เครนท์ซมาเช่นเดียวกับผู้ชายคนอื่นๆ ที่อยู่แทบเท้าเธอ ซาร์เมียร์มองร่างงดงามที่นั่งฝั่งตรงข้ามแล้วยิ้มเย็น

–˜–˜–˜–˜–˜

เมื่อมองไปที่ร่างสูงเจ้าของดวงตาสีดำสนิทซึ่งนั่งในตำแหน่งเจ้าภาพ โดยมีท่านหญิงซาร์เมียร์จากฟีเดลทรุดตัวลงนั่งเคียงคู่ ลาเฟียรู้สึกวูบในใจอย่างประหลาด ร่างสูงสง่าและร่างงดงามนั้นต่างเหมาะสมกันยิ่งนัก

“ลาเฟียเจ้าไม่ดื่มอะไรเลยหรือ” เสียงห้าวทักมา ทำให้ลาเฟียหันมามองร่างใหญ่ที่นั่งด้านข้าง

“ขออภัยท่านจาร์ซัส ข้าดื่มไม่ได้”

“ทำไมล่ะ เรื่องอื่นของทราสข้าไม่แน่ใจนักหรอก แต่สำหรับไวน์ข้ายังต้องยอมรับว่าที่นี่รสดีมาก เจ้าน่าจะลอง” จาร์ซัสยกแก้วยื่นมาตรงหน้า แต่ลาเฟียสั่นศีรษะปฏิเสธอีกครั้ง ตาสีเทาเย็นชาของจาร์ซัสมองใบหน้างดงามอย่างหงุดหงิด แต่แล้วดวงตาคู่นั้นอ่อนแสงลงก่อนจะถามต่อ

“เจ้ายังไม่พอใจเหตุการณ์ที่สวนอีกหรือ ตอนนั้นข้าลืมตัวเพราะข้ากับเคธานมีเรื่องขัดแย้งกันมาก่อน ไม่ตั้งใจจะทำให้เจ้าได้รับอันตราย” ลาเฟียปฏิเสธทันที

“ไม่! เรื่องนั้นข้าบอกแล้วว่าไม่เป็นไร ท่านจาร์ซัส เพียงแต่ข้าดื่มไม่ได้”

“งั้นแก้วนี้ข้าดื่มให้เจ้าก็แล้วกัน” ร่างสูงนั้นยกแก้วขึ้น ลาเฟียจึงเอ่ยขอบคุณเบาๆ

เมื่อหันกลับมา ดวงตาสีมรกตก็สบกับดวงตาคมกริบคู่หนึ่งที่เฝ้ามองการสนทนาตรงหน้า ลาเฟียงุนงงเมื่อเห็นสีหน้าเย็นชาและแววตาที่เต็มไปด้วยโทสะนั้น แต่แล้วเจ้าของดวงตาคู่นั้นก็หันไปให้ความสนใจหญิงสาวที่นั่งอยู่ด้านข้าง

ร่างบางค่อยๆ หรุบตาลงมองจานอาหารตรงหน้า เมื่อได้ยินเสียงหวานพูดคุยสลับกับเสียงแผ่วทุ้มเบาๆ มือเล็กรามือจากอาหารตรงหน้าพร้อมกับถอนใจอย่างแผ่วเบา แล้วก็ต้องหันมามองอีกด้านหนึ่งเมื่อรู้สึกถึงมือเล็กที่เอื้อมมาแตะเบาๆ

“ท่านลาเฟียคะ ฟิล่าอยากเห็นลูกเสือ ฟอกซ์บอกว่าท่านลาเฟียเลี้ยงลูกเสือใช่ไหมคะ” ลาเฟียมองอย่างแปลกใจก่อนจะหัวเราะเบาๆ พร้อมกับตอบอย่างเอ็นดู

“ได้สิ ฟิล่า พรุ่งนี้ไปเล่นกับมันในสวนก็ได้”

“สัญญาแล้วนะคะ” ฟีล่ายิ้มอย่างอย่างยินดี เมื่อดวงหน้างามพยักหน้ารับยืนยัน

–˜–˜–˜–˜–˜

ดาห์เรนเหลือบมองบรรยากาศของโต๊ะอาหาร มองร่างใหญ่จาร์ซัสที่นั่งติดกับลาเฟียแล้วก็ต้องถอนหายใจอย่างกังวล เขายังจำสายตามุ่งหวังที่จาร์ซัสใช้มองลาเฟียได้ แล้วไหนจะคู่กรณีอีกคนที่นั่งอยู่ด้านข้างเขานี่อีก ร่างบางนั่งเขี่ยอาหารไปมาอย่างอึดอัด

“ไม่ถูกใจอะไรหรือดาห์เรน” เคธานถามด้วยน้ำเสียงหัวเราะ ก็ตั้งแต่เจอหน้า แล้วเขาทรุดตัวลงนั่งข้างๆ ใบหน้างามก็ดูเรียบเฉย ดวงตาสีอำพันทอแววไม่ชอบใจ หน้าหันมองตรงไปข้างหน้าไม่วอกแวกสักนิดจนเขารู้สึกปวดคอแทน

ดาห์เรนเหลือบตามองแวบหนึ่งแล้วสั่นศีรษะเล็กน้อยเป็นเชิงปฏิเสธ ริมฝีปากงามยังคงหุบสนิท

“เอ! หรือเจ้าไม่สบายเจ็บคอมากใช่ไหม ไหนว่าเอ็มเมอร์ราลด์มีพลังในการรักษา ทำไมรักษาตนเองไม่ได้แค่” ร่างบางหันมามองเป็นครั้งแรกอย่างงงๆ

“ใครไม่สบาย” เคธานทำหน้าเฉย เมื่อร่างบางหลวมตัวถามกลับมา

“ก็ถามแล้วไม่เห็นตอบ ข้าก็เลยนึกว่าเจ้าเจ็บคอน่ะสิ” คราวนี้ดวงตาสีอำพันทอประกายโกรธ สะบัดหน้ากลับไปทันที ทำให้เคธานหัวเราะในลำคอ จนเครนท์ซเหลือบตามองมาแวบหนึ่ง

“ดูท่าทางเจ้าจะอารมณ์ดีขึ้นแล้วนะ เคธาน”

“ใช่ เครนท์ซ เป็นเพราะการต้อนรับของท่าน” ริมฝีปากได้รูปคลี่ยิ้มออกมาเมื่อได้ยินเสียง หึ..เบาๆ ดังมาจากร่างบางที่นั่งอยู่ข้างๆ

–˜–˜–˜–˜–˜

ดาห์เรนแทบจะถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อจบมื้ออาหาร บรรยากาศเริ่มคลี่คลายเล็กน้อย ร่างบางจึงหันไปมองรอบๆ โดม เมื่อเห็นลาเฟียเห็นว่ากำลังคุยกับฟีล่า จึงเดินออกไปที่ประตูด้านข้างเพียงสองสามก้าวก็พบว่าตนเองอยู่ในสวน มีทางเดินปูด้วยหินสีดำสลับขาวและได้ยินเสียงธารน้ำไหลรินเบาๆ ขณะกำลังมองหาต้นเสียงของน้ำก็ต้องสะดุ้งเล็กน้อย

“เบื่องานเลี้ยงมากเลยหรืออย่างไร” ดาห์เรนหันกลับมาเมื่อมองเห็นคนทักก็ต้องถอนใจ

“เพียงแค่ไม่ชินกับที่นี่เท่านั้น ที่เอ็มเมอร์ราลด์ของเราไม่ค่อยวุ่นวายนัก” เคธานยิ้มเมื่อได้ยินความหมายอื่นที่แฝงอยู่ในน้ำเสียงแกมประชดนั้น

“เจ้ารู้เรื่องพิพาทระหว่างข้ากับจาร์ซัสแล้วล่ะสิ” ดาห์เรนหน้าแดงเล็กน้อยก่อนจะยอมรับ

“ข้าได้ยินเรื่องราวจากฟอกซ์มาเล็กน้อย” เคธานถอนใจเล็กน้อย

“ข้าไม่อยากให้เจ้าเข้าใจผิด เพราะดาวฟีเดลของเราก็รักสงบและไม่ต้องการสงครามเช่นเดียวกับที่อื่นๆ” ดาห์เรนหันมามองก่อนจะยิ้มเยาะ

“นี่คือ คำพูดของคนที่เพิ่งจะผ่านการรบมาเมื่อไม่กี่วันนี่หรือ ท่านคิดว่าคนอื่นจะเชื่อท่านแค่ไหน”

“ไม่ใช่ว่าข้าจะชอบกับเหตุการณ์เช่นนี้หรอกนะ เพียงแต่เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นเราต้องพยายามแก้ไขมัน ข้าเองก็ไม่อยากอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้” เคธานอธิบาย

“แต่พวกท่านเลือกวิธีแก้ไขโดยใช้กำลัง” คิ้วเข้มของเคธานขมวดเมื่อได้ยินน้ำเสียงเหมือนจะตำหนินั้น

“เจ้าไม่อยู่ในสถานการณ์เช่นข้า เจ้าไม่ควรจะตัดสินด้วยความคิดของเจ้าแต่ฝ่ายเดียว” ดาห์เรนอึ้งไป จริงสิ เขาไม่ควรจะตัดสินการกระทำของผู้อื่นโดยมุมมองของตนเอง เพราะเขาเองก็ใช่ว่าจะรู้ต้นตอและสาเหตุของมันเท่ากับผู้เป็นเจ้าของปัญหาจริงๆ

“ใช่! ข้าขอโทษ ถึงอย่างไรเรื่องระหว่างฟีเดลกับอัสวานก็ไม่เกี่ยวข้องกับเอ็มเมอร์ราลด์อยู่แล้ว” ร่างบางหันหน้าไปมองสวนเบื้องหน้าก่อนจะเดินห่างไป แต่เพียงสองสามก้าวก็ต้องชะงักเมื่อมือแข็งแรงเอื้อมมารั้งต้นแขนไว้

“ดาห์เรน ข้าไม่ตั้งใจจะพูดรุนแรงอย่างนั้น” ดาห์เรนหันมาแววตาสงบนิ่ง

“ไม่เป็นไรท่านเคธาน เพราะข้าก็ไม่มีสิทธิที่จะกล่าวเช่นนั้นจริงๆ” เคธานมองสบตาสีอำพันคู่นั้นแล้วค่อยรั้งเข้ามา

“ข้าเพียงแต่อยากให้เจ้าเข้าใจ” เคธานเอ่ยเสียงจริงใจ ดาห์เรนกระพริบตาวูบแต่เมื่อมองเห็นแววตาของเคธานที่เริ่มมีประกายประหลาด ร่างเล็กขยับถอย แล้วรีบกล่าวออกมาอย่างรวดเร็ว

“เอ่อ..ข้าคิดว่า.. เราควรกลับเข้าไปข้างในได้แล้ว” เคธานเหลือบเห็นแววระแวดระวังของดาห์เรนแล้วค่อยปล่อยมือช้าๆ แล้วยิ้มออกมา

“ก็ได้ ข้าจะให้เวลาเจ้าอีกสักหน่อย” เคธานพึมพำกับตัวเองเบาๆ มองตามร่างเล็กของดาห์เรนด้วยแววตาอ่อนโยน

–˜–˜–˜–˜–˜

ลาเฟียมองร่างเล็กของเด็กหญิงที่นั่งอิงร่างเข้ามาหาอย่างง่วงงุน รอยยิ้มเอ็นดูปรากฏขึ้นเมื่อคิดว่า เมื่อครู่ยังคุยจ๋อยๆ อยู่เลย สมกับเป็นเด็กอิ่มแล้วก็ง่วง ดีที่ตรงหน้าเป็นเก้าอี้ยาวเด็กหญิงจึงอิงร่างมาได้อย่างสบาย

ลาเฟียเงยหน้าขึ้นแล้วหัวใจก็กระตุกวูบเล็กน้อย เมื่อมองเห็นร่างสูงสง่าในชุดสีดำโอบร่างงดงามของซาร์เมียร์ไว้ ร่างงดงามในชุดสีฟ้าจางเงยหน้าขึ้นยิ้มมือเรียวงามวางไว้ที่แผ่นอกกว้าง ริมฝีปากที่ขยับเจรจากันนั้นคงจะอ่อนโยนยิ่งนัก

เฮอะ! อีกไม่นานก็คงจะได้ข่าวดีของดวงดาวทั้งสองกระมัง?” เสียงเย็นชาดังขึ้นข้างๆ ทำให้ลาเฟีบสะดุ้งเล็กน้อยหันไปมอง ร่างสูงใหญ่ของจาร์ซัสเองก็มองภาพนั้นด้วยสายตามีนัยประหลาด แววเหี้ยมเกรียมเย็นชานั้นทำให้ลาเฟียระวังตัว

“ท่านจาร์ซัส” ดวงตาสีเทาเย็นชานั้นเปลี่ยนไปเมื่อหันมาทางร่างบางที่นั่งอยู่

“เจ้าคงไม่รู้ว่าทราสกับฟีเดลมีความสัมพันธ์กันมานาน และทั้งคู่ก็อยู่ในฐานะที่เป็นคู่หมายกัน” จาร์ซัสเอ่ยต่อ

“เช่นนั้นหรือ” เสียงลาเฟียแผ่วเบาลงเมื่อรับรู้ความจริงนั้น น่าประหลาดที่เกิดความรู้สึกเจ็บแปลบในใจเช่นนี้ มือที่โอบร่างของฟีล่ากดหนักลงไปโดยไม่รู้ตัว เด็กหญิงจึงขยับตื่น กระพริบตางัวเงีย จาร์ซัสมองร่างบางตรงหน้าเมื่อเห็นดวงหน้างดงามเผือดลง จึงปรากฏรอยยิ้มพอใจที่มุมปาก

“ตายจริง! ฟีล่าหลับไปหรือคะ ขอโทษนะคะท่านลาเฟีย” ลาเฟียก้มลงมองพยายามระงับความรู้สึก ยิ้มอ่อนโยนให้เด็กหญิงตรงหน้า

“ไม่เป็นไร ฟีล่า”

“ลาเฟียดูเจ้าหน้าซีดนะ ไม่สบายหรือเปล่า” จาร์ซัสทักขึ้น ลาเฟียยิ้มเงยหน้าขึ้นมองแววตาเจ้าเล่ห์นั้นแล้วพยายามควบคุมตัวเอง น้ำเสียงที่ตอบยังคงนุ่มนวลไม่เปลี่ยน

“ไม่! ข้าสบายดีท่านจาร์ซัส เพียงแต่ปวดศีรษะเล็กน้อย” ทำให้เด็กหญิงเงยหน้าขึ้นอย่างเป็นห่วง

“ฟีล่า ถ้าอย่างนั้นเจ้าไปเอาน้ำมาให้ลาเฟียสักแก้วได้หรือไม่” จาร์ซัสเอ่ยปาก ฟีล่ามองร่างใหญ่อย่างไม่ไว้ใจแต่เมื่อหันกลับมามองลาเฟียแล้วจึงรับคำ

“ได้ค่ะ เดี๋ยวฟีล่ามานะคะ” เด็กหญิงวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว จาร์ซัสขยับมาก้าวหนึ่งแล้วทรุดนั่งลงข้างๆ

–˜–˜–˜–˜–˜

ดาห์เรนก้าวกลับเข้ามาในโดมอย่างรีบร้อน พยายามควบคุมหัวใจที่กระตุกไปวูบหนึ่งจากสายตาลึกซึ้งของเคธาน ร่างบางมองหาลาเฟียแล้วดาห์เรนก็มีสีหน้ากังวลทันที ลาเฟียอยู่กับจาร์ซัส และสีหน้าของลาเฟียก็ดูซีดเผือด เกิดอะไรขึ้น? ดาห์เรนเดินตรงไปอย่างรวดเร็ว

“ท่านลาเฟีย เป็นอะไรไป” ร่างงดงามที่นั่งอยู่นั่งอยู่ที่เก้าอี้เงยหน้ามองดาห์เรนแล้วพยายามฝืนยิ้ม ขณะที่จาร์ซัสถอนใจอย่างหงุดหงิดที่มีคนมาขวาง

“ดาห์เรน ข้ารู้สึกว่า...” ร่างโปร่งบางที่นั่งอยู่เงียบเสียงลงเมื่อสายตาเหลือบไปเห็น ร่างสูงที่เดินตรงเข้ามา โดยมีร่างในชุดสีฟ้าจางตามติดไม่ห่าง

เครนท์ซมองใบหน้างดงามที่ตอนขาวเผือด ดวงตาคมอ่อนแสงลงวูบหนึ่ง สีหน้าเรียบเฉยเปลี่ยนไปก่อนจะเป็นปกติ แต่นั่นพอจะทำให้คนที่เฝ้าสังเกตอยู่จับได้

ซาร์เมียร์ร้อนรุ่มด้วยความริษยา และจาร์ซัสยิ่งมั่นใจในความคิดของตน

“ท่านลาเฟียคะ นี่ค่ะน้ำ” ฟีล่าเดินกลับเข้ามา มือเล็กประคองแก้วน้ำมาส่งให้พร้อมกับถามต่ออย่างเป็นห่วง

“หายปวดศีรษะหรือยังคะ” ริมฝีปากงดงามที่ดูซีดไปพยายามคลี่ยิ้มปลอบใจเด็กหญิง นิ้วเรียวที่เอื้อมไปรับแก้วน้ำนั้นสั่นเล็กน้อย ร่างบางใจหายวูบเมื่อรู้สึกถึงอาการเตือนที่บ่งบอกถึงบางอย่าง มันมาถึงเร็วกว่าที่คาดไว้ ดาห์เรนเอื้อมมือมาซ้อนเพื่อรับแก้วน้ำแทน ดวงตาสีอำพันทอแววหวั่นไหวเมื่อสบตามรกตคู่นั้น

เครนท์ซมองอาการที่ร่างบางสบตากันแล้วลางสังหรณ์ประหลาดวูบขึ้น

“ลาเฟีย เจ้าเป็นอะไรมากหรือไม่” ลาเฟียสบตาคมคู่นั้น พร้อมกับส่ายหน้าเบาๆ

“ข้าเพียงรู้สึกอ่อนเพลียเล็กน้อย ข้าเสียใจที่อยู่ร่วมงานต่อไม่ได้ คงต้องขอตัวกลับก่อน” ลาเฟียขยับลุกขึ้นดาห์เรนรีบเข้าประคอง เครนท์ซพยักหน้า

“ข้าจะไปส่งเจ้า” ลาเฟียเงยหน้าเหลือบตามองสายตาเย็นชาของท่านหญิงซาร์เมียร์และ ปลายนิ้วเรียวที่เกาะแขนชายหนุ่มอยู่ ร่างบางจึงเผยอยิ้มจางๆ ก่อนปฏิเสธ

“ไม่ต้อง ระยะทางเพียงแค่นี้ ข้ากลับเองได้” ลาเฟียปฏิเสธ พร้อมกับพยักหน้าให้ดาห์เรนประคอง เครนท์ซมองตามเงาร่างบอบบางที่เดินจากไป

–˜–˜–˜–˜–˜

“ท่านลาเฟีย เกิดอะไรขึ้น” ดาห์เรนถามอย่างร้อนรนเมื่อก้าวพ้นโดมมา ลาเฟียสั่นศีรษะเบาๆ

“ข้าไม่รู้ดาห์เรน ถึงแม้พลังของข้าน้อยลงไปทุกวัน แต่อาการเตือนเช่นนี้พึ่งจะเป็นครั้งแรก” ร่างบางถอนใจพร้อมกับเอ่ยต่อแผ่วเบา

“ดาห์เรน หากข้าใช้พลังไปอีกครั้งเวลาของข้าคงแทบจะหมดลง” ดาห์เรนอุทานอย่างตกใจ

“ท่านลาเฟีย!!!”

“เจ้าวางใจ ข้าจะไม่ใช้พลังอีกแล้ว ความจริงถึงข้าพยายามใช้ก็ไม่แน่ว่าจะมีพลังเพียงพอ” ร่างโปร่งบางก้าวมาถึงเขตที่พักมองสนามหญ้าตรงหน้า ดวงไฟสีขาวนวลทอแสงนุ่มนวล ลาเฟียจึงเอ่ยเบาๆ

“เจ้าเข้าไปพักเถอะ ข้าขอนั่งตามลำพังสักครู่นะ ดาห์เรน”

“แต่...”

“ตอนนี้ข้าไม่เป็นไรแล้ว ไปเถอะ เดี๋ยวสักพักข้าจะเข้าไป ได้อยู่ในสวนข้าอาจจะดีขึ้นก็ได้” ร่างงดงามทรุดตัวลง เอนร่างพิงต้นไม้ใหญ่ถอนใจแผ่วเบาเมื่อสัมผัสกับเปลือกไม้หยาบกระด้าง รับรู้ถึงพลังอันอ่อนโยนที่หมุนวนอยู่ภายใน ดาห์เรนมองอาการนั้นแล้วกระพริบตา ทำให้หยดน้ำตาไหลกลิ้งลงมาตามแก้มนวล ก่อนจะพยักหน้า

“ข้าจะไปเอาผ้าห่มมา”

ลาเฟียเงยหน้าขึ้นเหลือบมองฟ้า กระชับผ้าผืนใหญ่เข้าหาตัวเมื่อสายลมเย็นพัดผ่านผิวกาย ในห้วงคำนึงช่างสับสนยิ่งนักจนไม่รับรู้ถึงร่างสูงที่ก้าวเข้ายืนอยู่ในเงามืดคอยเฝ้ามองอย่างเงียบๆ จนเวลาเนิ่นนานผ่านไป ดวงดาวเริ่มจะเคลื่อนคล้อย อากาศยิ่งทวีความเย็นยะเยือกขึ้น แต่ร่างบางยังไม่มีทีท่าว่าจะขยับ จนอีกฝ่ายอดรนทนไม่ได้

“เหตุใดเจ้าจึงยังไม่เข้าไปพักผ่อนอีก ไหนว่าไม่สบาย” เสียงแผ่วเบาที่ดังขึ้นใกล้ๆ ทำให้ลาเฟียเบือนหน้ามา ดวงตาสีมรกตวูบไหวเมื่อเห็นเงาร่างสูง นิ่งไปอึดใจก่อนจะเอ่ยตอบ

“ตอนนี้ข้าดีขึ้นแล้ว ข้าเพียงแต่....” ร่างบางชะงักคำก่อนจะลุกขึ้นยืนช้าๆ

“ไม่มีอะไร เครนท์ซ ข้าจะไปพักผ่อนแล้ว” ร่างบางหมุนตัวแล้วก็ชะงักเมื่อมือแข็งแรงรั้งไหล่บางไว้ก่อนจะหมุนร่างนั้นเข้าหาตัว

“เจ้าเป็นอะไรไป?” ร่างบางเงยหน้าขึ้น แต่สายตามองข้ามไหล่กว้างไปไม่สบตา

“ข้าไม่เป็นไร หากท่านมาเพื่อถามแค่นี้ก็ปล่อยข้าได้แล้ว”

“ข้าไม่ได้มาเพราะต้องการถามเจ้าเพียงแค่นี้นะ ลาเฟีย”

“แล้วเหตุใดท่านจึงมาอยู่ที่นี่”

“ข้าเป็นห่วงเจ้า” น้ำเสียงทุ้มเอ่ยตอบ มือแข็งแรงประคองใบหน้าเรียวขึ้น ดวงตาสีดำสนิททอดลงสบตาสีมรกตงดงาม แววตาคมที่อ่อนแสงลงอย่างเป็นห่วงนั้นทีท่าของลาเฟียอ่อนลง

“ขอบคุณ” เสียงผะแผ่วพึมพำตอบ ร่างบางกระชับผ้าคลุมให้แน่นขึ้นพยายามที่จะถอยออกจากอ้อมแขนแกร่งแต่ก็ไร้ผล หัวใจลาเฟียหวั่นไหวเมื่อสบตาคมกริบลึกซึ้งคู่นั้น ไร้เรี่ยวแรงที่จะต้านทาน เมื่อดวงหน้าคมก้มลงมาช้าๆ เปลือกตาบางใสปิดลงเมื่อริมฝีปากร้อนรุมสัมผัสกับริมฝีปากนุ่มเพียงบางเบา

“ท่านลาเฟีย” เสียงเรียกแผ่วเบาจากดาห์เรนเตือนสติร่างบางให้กลับมาทันเวลา ลาเฟียก้มหน้าลงทันทีใบหน้าร้อนราวกับไฟเมื่อซุกอยู่กับอกกว้าง เครนท์ซถอนใจเบาๆ

“หลับฝันดีนะ ลาเฟีย”

จุมพิตแผ่วเบาสัมผัสเรือนผม ก่อนร่างสูงจะถอยห่างแล้วหมุนตัวกลับไปเงียบๆ ทิ้งให้ร่างบางยืนหน้าแดงก่ำ

–˜–˜–˜–˜–˜–˜–˜–˜–˜–˜

จบบทที่ 4

0 Comments:

Post a Comment

<< Home